คิดว่าหลายๆท่านคงได้อ่านข่าวพิทบูลกันไปแล้วนะครับ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ข่าว
หาอ่านได้ที่หนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน 2546 ที่ผ่านมาครับ
อ่านข่าวนี้แล้ว ทำให้ผมรู้สึกสลด และ เสียใจกับพ่อแม่ของเด็กน้อยคนนั้น
ด้วยนะครับ ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น และเสียใจที่เกิดข่าวไม่ดีขึ้นกับ
พิทบูลที่พวกเราเลี้ยงอยู่ด้วยเช่นกัน เหตุการณ์นี้ส่งผลต่อพวกเราทั้งข้อดีและข้อเสียที่ดูจะเป็นเรื่องใหญ่เสียด้วย...
ผมขอคัดลอกบทความบางส่วนของข่าวให้อ่านกันสั้นครับ(นำมาจากเวบบอร์ดอีกทีนึงครับ)
| เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่
5 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุสุนัขพันธุ์พิตบูล เทอร์เรีย
ขย้ำเด็กเล็ก ได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่ง รพ.จุฬาฯ แล้ว จึงรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
ปรากฏว่าพบ น.ส.วรรณกานต์ ทองดีนุ้ย อายุ 29 ปี อยู่เลขที่ 57/105
ซอยอ่อนนุช 17 แยก 19 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. พร้อมญาติของเด็กผู้เคราะห์ร้าย
โดย น.ส.วรรณกานต์เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บชื่อ ด.ญ.สุภาวดี หรือน้องแตงโม
ทองดีนุ้ย อายุ 1 ขวบ 4 เดือน เป็นหลานสาว และเป็นลูกสาวของนายสมโชค
ทองดีนุ้ย อายุ 40 ปี น้าชาย กับนางปาริชาติ ทองดีนุ้ย อายุ 32 ปี
น้าสะใภ้ น.ส.วรรณกานต์เปิดเผยอีกว่า นายสมโชคพ่อของน้องแตงโมมีอาชีพ
ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินซอยเจริญกรุง 95 ส่วนนางปาริชาติเป็นแม่บ้าน
บริษัทกันตวัฒน์ จำกัด ส่งออกเครื่องกระป๋อง ตรงถนนศาลาแดง ก่อนเกิดเหตุ
ช่วงค่ำวันเดียวกัน ตนได้พาน้องแตงโมออกจากบ้านเลขที่ 570/33 ที่ตนพักอยู่ด้วยกัน
เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนายณรงค์ ไม้เลี้ยง อายุ 46 ปี มีศักดิ์เป็นน้องเขย
เพื่อพาน้องแตงโมไปเล่นกับลูกๆของนายณรงค์ที่ตึกแถว 4 ชั้นแบ่งเช่า
เลขที่ 607/117-118 ในหมู่บ้านภัทราวิลล่า ซอยประดู่ 45 ถนนพระราม
3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ซึ่งนายณรงค์เช่าห้องพักอยู่ที่ชั้นลอย
ระหว่างที่ตนอุ้มน้องแตงโมใส่บ่าจะพาออกจากตึกแถวไปซื้อขนมกิน ทันใดนั้น
มีสุนัขตัวหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นสุนัขพันธุ์พิตบูล เทอร์เรีย
เพศผู้ สีดำทะมึน อายุกว่า 2 ปี ชื่อ "เจ้าบูม"
พุ่งกระโจนเข้าทางด้านหลังแรงปะทะทำให้ตนคะมำเสียหลัก แต่ก็พยายามกอดร่าง
ของน้องแตงโมไว้แน่น จู่ๆไม่คาดคิดสุนัขตัวนั้นแสดงความดุร้ายอ้าปากขย้ำศีรษะน้องแตงโม
แล้วกระชากร่างหลุดจากมือไป สะบัดเขี้ยวอย่างรุนแรง จนน้องแตงโมตกใจและเจ็บปวดหวีดร้องลั่น
น.ส.วรรณกานต์เล่าต่อไปว่า หลังจากแย่งตัวน้องแตงโมออกจากปากสุนัขพันธุ์โหดแล้ว
ตนกับญาติๆ รีบนำน้องแตงโมส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ โดยที่ชิ้นเนื้อและเลือดของน้องแตงโมยังสาดกระเซ็นติดเปรอะเสื้อผ้าตน
เบื้องต้นแพทย์ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ปฐมพยาบาลได้เย็บบาดแผลที่ขา
10 เข็ม และศีรษะ 3 เข็ม จากนั้นแพทย์ได้ทำหนังสือส่งตัวน้องแตงโมต่อไปรักษาที่
รพ. จุฬาฯ รักษาเยียวยาต่อจนพ้นขีดอันตราย และให้นอนพักดูอาการต่อที่โรงพยาบาล
ส่วนเจ้าของสุนัขจอมโหดกล่าวกับญาติของน้องแตงโมในเบื้องต้นว่า จะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
และเผยว่าปกติเจ้าบูมมี นิสัยไม่ชอบเด็กอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากมันเคยถูกเด็กแถวนั้นแหย่รังแกจนกลายเป็นความรู้สึกฝังใจไม่ชอบเด็ก
จึงต้องขังมันไว้ในตึกแถว ไม่ปล่อยออกไปข้างนอกอย่างเด็ดขาด |
ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า คนอื่นๆคิดเห็นเหมือนผมหรือเปล่าแต่ครั้งแรกที่ผมได้อ่านจากหน้าหนังสือพิมพ์
อาการที่เกิดคือ กลัวบวกกับช็อกนิ่งไปเหมือนกันครับ ความคิดหลายอย่างเกิดขึ้น
เช่น ผลกระทบภายหลังจะเกิดขึ้น ทุกคนคง ยังจำเหตุการณ์ร็อทไวเลอร์กัดเด็กกันได้นะครับ
ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ยังไม่นานนัก และน่าจะเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างในเมืองไทย
ที่มีการออกกฏที่รวดเร็วทันที "ห้ามนำเข้าร็อทไวเลอร์" ซึ่งถ้ามองเหตุการณ์และคำสั่งที่ออกมา
ใช่ครับสิ่งแรกสำหรับคนภายนอกที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัข
และผู้ที่เลี้ยงตามบ้าน
จะคิดคือ ทำอย่างนี้มันถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่เกิดเป็นผลกระทบตามมาภายหลังการออกกฏระยะยาว
กลับกลายเป็น การทำให้ร็อทไวเลอร์เข้าสู่เส้นวิกฤติซะมากกว่า คือ การตัดตอนห้ามนำเข้า
ทำให้เกิดผลเสียตามมาภายหลัง จะเกิดการผสมกันเอง จนอาจเกิดลักษณะเลือดชิด
หรือที่เรียกกันติดปากว่า Inbreed ซึ่งผลเสียที่ออกมาจากจุดนี้ มักจะเกิดผลให้สุนัขมีจิตประสาทที่ไม่ดี
ควบคุมยาก หลังจากคำสั่งนี้ออกไป คำสั่งตามมาคือ ให้สุนัขที่มีลักษณะก้าวร้าวทุกพันธุ์โดยเฉพาะ
ร็อทไวเลอร์ บลูเทอร์เรีย อเมริกัน พิทบูล สแตฟฟอร์ดไชร์ เทอร์เรีย ใส่ที่ครอบปากทุกครั้ง
ขณะนำออกนอกสถานที่ และกฏต่างๆตามมา แต่ก็ยังดีครับที่ภายหลัง ทางกรมฯ
ก็ได้อนุมัติให้ร็อทไวเลอร์นำเข้าได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลงานของการรวมตัวของกลุ่มร็อทไวเลอร์
กล่าวนอกเรื่องมาตั้งนาน วกกลับเข้ามาเรื่องพิทบูลของเราต่อ จากเหตุการณ์ร็อทไวเลอร์นั้น
เป็นเหตุการณ์ตัวอย่างให้สุนัขทุกพันธุ์ รวมทั้งผู้เลี้ยง ที่ต้องรับผิดชอบสุนัขของตนให้ได้
แต่เหตุการณ์คล้ายๆเช่นนี้ก็ดันมาเกิดกับสุนัขที่เราเลี้ยงกันอยู่ คือ
พิทบูล ซึ่งเป็นสุนัขที่คนภายนอกจับตามอง และมองว่า เป็นสุนัขที่ดุร้าย
เมื่อ
เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
จึงเป็นไปไม่ได้ ที่ข่าวจะไม่หยิบขึ้นมาทำให้น่าสนใจ และดูจะเป็นเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยม
น่ากลัว บางฉบับอ่านแล้ว "พิทบูลหมาพันธุ์โหด หมาจากนรก กัดเด็กปางตาย"
ผมอ่านแล้วรู้สึกขนลุกแล้วคนภายนอกที่ไม่ได้เลี้ยง หรือเข้าใจสุนัขพันธุ์นี้ผิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คำเดียวว่า "เละ" ครับ สำหรับคนที่ได้อ่าน หากลองดูจากข่าวที่นำเสนอ
น่า จะได้ความคิดบางสิ่งบ้างกับเหตุการณ์อย่างนี้ อย่างน้อยผลดีของเหตุการณ์นี้
คงทำให้ทุกคนที่เลี้ยงพิทบูลมี ความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนะครับ
อย่างน้อยที่สุด ต้องรู้ว่า พิทบูลของคุณเป็นแบบไหน จะควบคุมเค้าอย่างไร?
ขอฝากเป็นคำถามให้ไปคิดกันนะครับ ส่วนผลเสียแน่นอน หลังจากนี้ทางกรมฯจะออกกฏอะไรออกมาอีก
ก็ต้องลุ้นกันหละครับ จุดนี้ หากผู้มีอำนาจการตัดสินใจหรือบุคลทั่วไปเข้ามาอ่านช่วยคิดตรงนี้นิดนึงครับ
ว่า คุณเคยสัมผัสพิทบูลตัวจริงแล้วหรือยัง และหากเคย ที่คุณสัมผัสมาพิทบูลเป็นเช่นไร?
หากท่านยังไม่เคยสัมผัส ลองมาที่งานลากน้ำหนักของกลุ่ม คนรักพิทบูล APCT
ในวันที่ 15 ที่จะถึงนี้ หรือตามงานประกวด ดูก่อนสิครับ
ผมคิดว่าคงได้อะไรดีๆกลับไปมากกว่าความรู้สึกเดิมๆ
สำหรับเพื่อนๆที่เลี้ยงและชอบพิทบูลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คงเข้าใจพิทบูลดีอยู่แล้ว
แต่ขอฝากไว้นิดนึงเช่นกันครับ ข่าวที่เกิดขึ้น เกิดผลต่อพิทบูลแน่นอน
พยายามอย่าปัดความรู้สึกของคนรักพิทบูล ว่าสุนัขที่ทำ อาจเป็นสายนั้น
สายนี้ เพราะทุกสิ่งที่มันเป็น ก็คือพิทบูล...
American
Pitbull Terrier
สุนัขเพื่อนตาย ที่สามารถมอบชีวิตให้คุณได้.